ที่มาของกางเกงผ้าอ้อม

ที่มาของกางเกงผ้าอ้อม

กางเกงผ้าอ้อม  อันที่จริงก็ได้ถูกปรับปรุงมาในหลายรุ่นมาแล้ว จากแต่เดิมใช้ผ้าอ้อมมาพันรอบเป้าของเด็ก(Flat) เพื่อซึมซับฉี่ ซึ่งอาจจะยุ่งยาก และลำบากจนเกินไป รวมถึงไม่มีการปกป้องน้ำฉี่ที่อาจจะรั่วซึมมออกมาได้ พัฒนาการให้มีการใช้งานที่สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบสนองต่อความต้องการของคุณแม่และคุณลูกมากยิ่งขึ้น  จึงได้พัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่ง มาเป็นหลายๆรุ่น อาทิ รุ่น ผ้าอ้อมพับเฉพาะ(Prefold) , กางเกงพร้อมผ้าอ้อมพับ(Diaper cover) และมาเป็น  กางเกงผ้าอ้อมแบบแผ่นสอด(Pocket Diaper) จนมาในปัจจุบันนี้ และยังได้รับความนิยมมาโดยตลอด เริ่มจากประเทศแถบอเมริกาและยุโรป และเนื่องด้วยต้องการให้มีความคล่องตัวมากขึ้น จึงได้ปล่อย กางเกงผ้าอ้อม(Cloth Diaper) รุ่นล่าสุดนั่นคือ กางเกงผ้าอ้อมแบบฟรีไซส์ (All in one diaper) ซึ่งจะได้รับความนิยมมากในแถบอเมริกาและได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในทวีปเอเชียแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติที่มีข้อดีหลากหลายประการ จนมีหลายๆคนเกิดเป็นกระแส Cloth Diapers Addict แล้ว

 

ข้อแตกต่างระหว่างกางเกงผ้าอ้อมและกางเกงผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบใช้แล้วทิ้ง

กางเกงผ้าอ้อมสำเร็จรูป(ใช้แล้วทิ้ง) จะใช้การทำงานของเม็ดเจล สังเกตได้จากการจับที่บริเวณเป้าจะมีเม็ดคล้ายทรายอยู่ เมื่อตัวเม็ดเจลนี้โดนน้ำ ก็จะขยายตัวขึ้นเพื่อที่จะอุ้มน้ำไว้ เป็นการใช้งานแบบใช้แล้วทิ้ง โดยตัวกางเกงผ้าอ้อมสำเร็จรูปในปัจจุบันจะมีอยู่หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อต่างมีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป โดยทั้งหมดจะใช้หลักการเม็ดเจล เช่นเดียวกัน ซึ่งบางยี่ห้ออาจมีปัญหาผื่นแพ้ผ้าอ้อมพบในเด็กเล็กได้ ส่วนกางเกงผ้าอ้อมแบบซักได้ จะใช้เนื้อผ้าที่มีความต่างกันมาทำเป็นตัวกางเกง แล้วใช้ผ้าเสริมเพื่อให้อุ้มน้ำ ทำให้วัสดุทั้งหมดทำจากผ้าจึงให้สามารถซักได้ รวมถึงไร้กังวลเรื่องปัญหาผื่นผ้าอ้อมอีกด้วย ที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้ง กางเกงผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบที่ใช้แล้วทิ้ง จะมีการระบายอากาศที่ไม่ค่อยดี จึงสามารถทำให้ก้นของน้องเกิดผื่นผ้าอ้อมได้ง่าย ยิ่งหมักไว้หลายชั่วโมง

ขนาดของผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขนาดของผ้าอ้อมสำเร็จรูป

สวัสดีครับทุกท่านมาถึงตอนนี้แล้วผมเองเชื่อว่าทุกท่านน่าจะพอทราบกันดีแล้วว่าเจ้าผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่วางขายกันในปัจจุบันนี้นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทคือผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่โดยเจ้าผ้าอ้อมสำเร็จรูปทั้งสองชนิดนี้ทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกันดังนั้นมันจึงสามารถใช้แทนกันได้เพียงแต่ว่าเขาไม่ค่อยนิยมใช้แทนกันเท่านั้นเองครับ

แต่อย่างไรก็ตามมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องที่ควรรู้แต่ทว่าผมเองยังไม่เคยบอกเล่าให้ทุกท่านฟังนั่นก็คือเรื่องของไซส์หรือขนาดของผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กนั่นเองครับ

หลายคนเมื่อพูดถึงผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กแล้วก็อาจจะคิดแต่เพียงว่ามันเองก็มีเพียงแค่ไซส์เดียว ขนาดเดียวแต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กนั้นแบ่งออกเป็น 3 แบบ ครับคือแบบ size S size M และ Size L ครับโดยแต่ละขนาดเขาจะระบุช่วงอายุของผู้ใช้โดยขนาดเล็กก็สำหรับเด็อายุประมาณ 1-3 เดือน ขนาดกลางหรือว่า size M จะเหมาะสำหรับเด็กอายุ 3-6 เดือนและขนาดใหญ่หรือ size L สำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปครับ

ส่วนผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่นั้นเท่าที่ผมพบรู้สึกว่าน่าจะมีขนาดเดียวคือขนาดฟรีไซส์เท่านั้นนะครับส่วนขนาดเล็ก กลาง ใหญ่แบบผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กนั้นเท่าที่ทราบยังไม่เห็นมาก่อน

ทีนี้ทุกท่านคงจะเข้าใจดีแล้วนะครับดังนั้นต่อไปนี้เวลาที่บรรดาคุณแม่ทั้งหลายใช้ท่านให้ไปซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กล่ะก็ควรถามหรือตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าต้องการผ้าอ้อมสำเร็จรูปไซส์ใด?

 

7 เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกน้อยยังไงให้ไม่เหนื่อยจนเกินไป

7 เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกน้อยยังไงให้ไม่เหนื่อยจนเกินไป

เด็กทารกแรกเกิดต้องการคนคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พ่อแม่มือใหม่จะรับมือไหวไหมนะ ถ้าไม่อยากเหนื่อยโทรมจนกลายเป็นซอมบี้ มาฟังเคล็ดลับการเลี้ยงเด็กแรกเกิด 7 ข้อนี้ก่อนค่ะ!

 

  1. เปลี่ยนรูปแบบการนอน

เด็กทารกแรกเกิดจะหิวบ่อยและตื่นทุก 2-3 ชั่วโมง ช่วงนี้พ่อแม่ควรปรับตัวนอนตามลูกไปเลย หาจังหวะงีบหลับสั้น ๆ หลังจากให้นมลูกหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว ค่อย ๆ เก็บสะสมชั่วโมงแทนการนอนยิงยาวค่ะ

 

  1. ขอความช่วยเหลือจากคนในบ้านบ้างก็ได้

ถ้าในบ้านอยู่กันหลายคนก็สบายหน่อย ปู่ย่าตายายหรือลุงป้าน้าอาน่าจะยินดีช่วยเลี้ยงหลานกันอยู่แล้ว ขอเพียงคุณแม่เอ่ยปากสักหน่อย อย่าเกรงใจเกินไปค่ะ

 

  1. แบ่งหน้าที่กันระหว่างคุณพ่อและคุณแม่

ไม่ไหวหรอกค่ะถ้าต้องเลี้ยงลูกคนเดียวทั้งกลางวันและกลางคืน ไหนที่จะต้องให้นมลูก จับลูกน้อยอาบน้ำ คอยเปลี่ยนผ้าอ้อม แล้วยังจะต้องปลอบลูก กล่อมลูกสารพัดเวลาลูกร้องโยเย

งานนี้จะต้องจับมือแท็กทีมกันระหว่างคุณพ่อและคุณแม่แล้วมาวางแผนแบ่งงานกันให้ลงตัว ผลัดเวรดูแลลูกเพื่อให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นคุณแม่หรือคุณพ่อเลี้ยงลูกคนเดียวก็ควรที่จะมีผู้ช่วยนะคะ

 

  1. สร้าง โซนสำหรับหลับสบาย

สร้างบรรยากาศชวนนอนด้วยหมอนนุ่ม ๆ หมอนข้างใบโปรด และเบาะ ฟูก ผ้าห่ม ตามอัธยาศัย ลงทุนซื้อผ้าปิดตาและที่อุดหูดี ๆ เตรียมพร้อมไว้ แล้วหาขวดน้ำมาวางไว้ข้าง ๆ ที่นอนด้วยก็ดีนะคะ

อีกอย่าง ไม่ควรใช้มือถือสมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊กบนเตียงนอนนะคะ เพราะว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอจะไปรบกวนเวลานอนอันมีค่าของคุณได้

 

  1. ฝึกวิชาเปลี่ยนผ้าอ้อมเร็ว

ตุนผ้าอ้อมไว้เท่าไรก็ไม่เคยพอ เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมปุ๊บ ลูกเกิดอึปั๊บ นั้นเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ อย่าเพิ่งเพลียไป

มาฝึกวิชาเปลี่ยนผ้าอ้อมภายใน 20 วินาทีดีกว่าค่ะ ไม่ยากเลย คุณจะมีโอกาสฝึกกว่า 99,000 ครั้ง ไม่สำเร็จให้มันรู้ไป…

  1. เพิ่มความระวังเวลาขับรถ หรือใช้ของมีคม

ถ้าอดนอนมาก ๆ จะมีอาการสมองตื้อ คิดไม่ออก ความรู้สึกช้า และปฏิกิริยาตอบสนองไม่ฉับไว อาจเกิดอันตรายได้

เมื่อร่างกายไม่พร้อม คุณยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับรถ ควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือใช้ของมีคม ระวังนะคะ หั่นผักค่ะ ไม่ใช่หั่นนิ้วตัวเอง

 

  1. เหนือสิ่งอื่นใด ใจเราร่มเย็นเป็นพอ

ปลอบตัวเองไปก่อนค่ะ อีกไม่นาน พอลูกโตขึ้น เราจะสบายขึ้น ไม่ต้องอดหลับอดนอนอย่างนี้แล้ว

ให้ลองปรับมุมมองใหม่ แค่คิดว่าเขาเป็นความสุขของชีวิตดีกว่าค่ะ ลูกของเรา เราเลี้ยงเองกับมือ อีกหน่อยพอลูกโตขึ้นก็คงไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดขนาดนี้แล้ว ตอนนี้เค้ายังต้องการพ่อแม่อยู่ เราต้องดูแลเค้าให้ดีที่สุดค่ะ

สุดท้ายนี้ อยากบอกว่า ถึงแม้การเลี้ยงลูกต้องใช้ความอดทนและความพยายามสูง แต่ว่าผลที่ได้ก็มีคุ้มค่ามากมาย แค่เห็นลูกน้อยยิ้มมีความสุข พ่อแม่ก็ชื่นใจ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้วค่ะ